Guitar lesson#1

posted on 31 Aug 2010 17:02 by dreamymusic in NOTEGUITAR
 สวัสดีครับ ^ ^

ทำไมเราจำเป็นถึงต้องอ่านโน้ตผมคิดว่าการอ่านโน้ตได้เป็นสิ่งสำคัญแม้จะไม่ที่สุด

แต่ตัวโน้ตมันภาษาๆหนึงที่เราใช้กับในโลกดนตรีมาช้านาน

เป็นภาษาดนตรีที่สื่อสารกันเหมือนกับภาษาพูดที่เราใช้ในชีวิต

เป็นภาษาที่ให้ดนตรีพูดแทนตัวเราได้ ซึ่งคนหลายๆประเทศที่ดนตรีเขาไปไกลว่าบ้านเรา

คนของเขาจะอ่านโน้ตกันได้เยอะ ถ้าอ่านได้มันจะเปิดโลกดนตรีได้กว้างว่าเดิม

และพื้นฐานของกีต้าร์คลาสสิคจนไปถึงขั้นกลางถ้าคุณได้มันแล้วไม่ว่าแนวไหน

คุณจะสามารถพัฒนาไปแนวนั้นที่ชอบได้อย่างสบายและง่ายขึ้นมากๆ

อ่านโน้ตได้มันอาจทำให้แนวคิดดนตรีคุณเปลียนไปเลย

สำหรับบางคนที่ยังคิดว่าการอ่านโน้ตไม่สำคัญก็ลองคิดดูว่าถ้าเราอ่านหนังสือไม่ออกเลย

การที่จะเรียนรู้เรื่องๆหนึ่งมันคงใช้เวลานานซักแค่ไหน ถึงแม้จะมี TABguitar
 
ก็ได้แค่บอกตำแหน่งกดเท่านั้นเราก็ต้องเสียเวลาฟังเพลงอีก

 

 *********************************

และก่อนจะเริ่มขอกล่าวอะไรอีกนิดนะครับ 

การที่จะศึกษาดนตรีโดยการอ่านและปฎิบัตไปด้วย 

มันไม่เหมือนกับการอ่านหนังสือไปสอบ

คือมันไม่จำเป็นต้องอ่านให้จบเพียงครั้งเดียว 

ผมแนะนำให้อ่านและทำความเข้าใจหรือปฎิบัติเป็นเรื่องๆ 

บทนี้ยังไม่มีอะไรมาก แต่บทต่อไปถ้ายากขึ้นมันต้องใช้เวลาหลายวัน

 

 

อันนี้ผมขอยกบางส่วนที่เคยเขียนไว้มาทวนนะครับ 

 

**เราเริ่มต้นเรามารู้จักกีต้าร์โปร่งกันก่อน **

  กีต้าร์โปร่งทั่วไปที่เราเห็น จะมี2แบบ

                                        

• Folk Guitar •(Steel String)                       • Classic Guitar •(Nylon String)

ชื่อเรียกในส่วนต่างๆ 

1.Tunig Keys
2.Nut
3.Frets
4.Fingerboad
5.Face
6.Rosette
7.Soundhole
8.Bridge base
9.Bridge bone
10.Pickguard

 ข้อที่แตกต่างสายเหล็กกับสายเอ็น เสียง

คลาสสิคจะเสียงจะทุ้มนุ่มใส(เสียงใสแบบแก้ว)แต่จะไม่ค่อยกังวานเหมาะสำหรับเล่นแบบเกาหรือแบบเลง

ถ้าใช้ตีคอร์ดก็จะได้เสียงคอร์ดที่ทุ้ม เสียงที่แปลกแต่เพราะ

ส่วนกีต้าร์โฟล์ค เสียงกังวานใส(เสียงใสแบบเหล็ก) ใช้เกาหรือจะตีคอร์ด หรือบรรเลงก็ได้

ที่นี้ก็ขึ้นอยู่ความชอบของแต่ละคนด้วยว่าชอบแบบไหน ทั้ง 2แบบก็เล่นได้เหมือนกันแต่ถ้าชอบเล่น

เน้นไปทางเกา หรือบรรเลงเพลงคลาสสิค ก็คลาสสิค  (เอามาเล่นfingerstyle ได้)

ถ้าชอบตีคอร์ด เกาบรรเลงแบบ fingerstyle ก็ต้องโฟล์ค (เอามาเล่นบรรเลงเพลงคลาสสิคได้ไม่ดี)

ในส่วนของสายกีต้าร์ ประกอบด้วย สาย Treble สามสาย1,2,3,และBass 4,5,6

 

 

 

 

 

 

 

 

นิ้วมือและชื่อที่ใช้เรียกมือแต่ล่ะข้าง

นิ้วมือด้านซ้าย                                      นิ้วมือด้านขวา

 เลข1 = นิ้วชี้                                      นิ้ว p = นิ้วหัวแม่มือ

 เลข2 = นิ้วกลาง                                นิ้ว i = นิ้วชี้

 เลข3 = นิ้วนาง                                  นิ้ว m = นิ้วกลาง

 เลข4 = นิ้วก้อย                                 นิ้ว a = นิ้วนาง

 เลข0  จะหมายถึงสายเปล่าไม่กดอะไร

อยากจะให้จำชื่อพวกนี้ให้ได้ ก่อนนะครับ เพราะว่าเวลาที่ดูจากโน้ตเพลง

บางที่เราจะเห็นชื่อนิ้วพวก p , i , m , a หรือ 0,1,2,3,4 เสมอ

 

*เรามาดูนิ้วมือข้างขวา ซึ่งเราจะใช้มันดีดโซโล่โน้ตหรือเกากีต้าร์นั้นเอง

การดีดนี้จะขอพูดถึง แค่2แบบก่อนนะครับ จะมีดังนี้

1.การดีดแบบพักสาย (REST STROKE)

เราจะใช้ดีดโน้ตตัวเดี่ยว(Single note) หรือโน้ตที่เป็นทำนองเพลง(melodies)

2.การดีดแบบผ่านสาย (FREE STROKE) 

เราใช้เล่นโน้ตพวกที่เป็นคอร์ดต่าง (Accompaniment ) หรือบางคนรู้จักชื่อว่า Arpeggios(Broken chord)

 

OK ที่นี้เรามาเริ่มต้นกัน เริ่มด้วย วอร์มนิ้วมือขวาแบบพักสายก่อนนะครับ 

 ลองดูตัวอย่าง

ก่อนที่เราจะดีด เราจะใช้นิ้ว p แตะไว้ที่สายที่6 เพื่อให้เราดีดออกมาได้มั่นคงและเต็มแรง

เพิ่มเติม

  จากภาพตัวอย่าง การดีดแบบ พักสาย เราจะใช้ นิ้ว i ดีดที่สายที่1 ดีดลงไปเต็มแรง เมื่อดีดไปแล้ว นิ้ว i มันจะไปแตะพักที่สาย2  

 

 

  ต่อมาก็เหมือนกัน เราใช้นิ้ว m ดีดที่สาย1 เต็มแรงและให้มันไปพักที่สายที่2

 

ลองดูแบบช้าๆบ้างครับ

 

 

 ลองวอร์มไปเรื่อยๆ  หรือ5-10นาทีก็ได้ครับจนกว่านิ้ว i กับ m จะสลับก็ได้อย่างไม่ขัด 

(สำหรับมือขวาแล้วการไว้เล็บจะช้วยให้การดีดได้ดีขึ้นเสียงก็ชัดเจน แต่ต้องไม่ยาวจนเกะกะ)

 

  **เมื่อเริ่มคล้องแล้วมาวอร์ดนิ้วมือข้างซ้ายกันบ้าง**

 

  วอร์มมือซ้ายแบบนี้ จะนิยมวอร์มก่อนการเล่นกีต้าร์เพราะจะได้วอร์มทุกนิ้ว (โหดไปหน่อยสำหรับนิ้วก้อย)

 

 

  การฝึกเริ่มด้วยให้ นิ้ว1กดที่สาย1 เฟร์ท(fr.)ที่1 ,นิ้ว2กดfr.2 ,นิ้ว3กดfr.3 ,นิ้ว4กดfr.4 (เฟร์ทขอย่อแค่fr.)

และสาย2ก็ทำแบบเดียวกัน ให้ทำแบบนี้จนถึงแค่สาย3 ก่อน ทำจนเริ่มรู้สึกคล่องและนิ้วคุ้นเคยในแต่ละช่อง

ก็ทำลงไปให้ถึงสาย 6 

  ลองมาดูแบบช้าๆกันบ้าง

 

  ลองวอร์มนิ้วแบบนี้ ก่อนการเล่นหรือซ้อมให้ได้ซัก 10นาที

ส่วนมือข้างขวา เราก็จะดีดสลับ i กับ m สลับกันตลอดเหมือนที่ให้วอร์มมือขวา

ห้ามดีด นิ้วเดียวทุกตัวเด็ดขาด การสบัยนิ้วมันจะขัดๆขืนหน่อยแต่ก็เป็นช่วงแรก

ลองยกตัวอย่างนิ้ว i กับ m เปรียบเหมือนขาซ้ายกับขาขวา

ถ้าเราใช้แค่ ขาซ้ายวิ่ง เราจะไม่มีทางวิ่งตามคนที่มี2ขาได้ทัน ถ้าทันก็คงเหนือยกว่าเขาเท่านึง

การวิ่งก็คือการโซโล่ 

                             *******************************

 

 

 **การวอร์มนิ้วมือข้างขวา เตรียมตัวสำหรับการเล่นคอร์ด

 

ให้นิ้ว p วางไว้ที่สาย 6 

นิ้ว i วางไว้ที่สาย 3

นิ้ว m วางไว้ที่สาย 2

นิ้ว a วางไว้ที่สาย 1

  จากนั้นลองดีดนิ้ว p กดลงไปแล้วปัดลงไปข้างๆ

ตัวอย่าง

 

 

แบบที่2  ลองใช้นิ้ว  i, m, a เกางัดขึ้นไป (คล้ายการเกาเมื่อเราคัน) โดยใช้กำลังจากข้อนิ้วที่ทำสีแดงไว้

ตัวอย่าง

 

 

ลองฝึกจนกว่านิ้วมันจะไม่หลงสาย มันกลับไปหาตำแหน่งเดิมได้ 

และเมื่อคล่องแล้วลองฝึกทำพร้อมกัน

ตัวอย่าง 

 

 ลองฝึกจนกว่านิ้วมันจะไม่หลงสาย มันกลับไปหาตำแหน่งเดิมได้

 

 

** สุดท้ายของบทแรกก็ ลองฝึกไล่โน้ตบนคอกีต้าร์ แล้วให้ท่องชื่อตัวโน้ตไปด้วย

แบบที่1 โน้ต เริ่มที่ ตัวโด สาย2ช่องที่1 ตามด้วยตัวเร สาย2ช่องที่3 ตัวมี สายเปล่าสาย1

ตัวฟาสาย 1 ช่อง1 ตัวซอล สาย1 ช่อง3  ให้ฝึกเล่นพร้อมกับท่องชื่อจนกว่าจะจำขึ้นใจ 

ตัวอย่าง 

 แบบที่2  โน้ตก็ยังเหมือนเดิมแต่ย้ายตำแหน่งให้ตํ่าลงมา

เริ่มที่ตัวโด สาย5ช่อง3 ตามด้วยตัวเร สายเปล่าสาย4 ตัวมี สาย4ช่อง2 

ตัวฟา สาย4ช่อง3 ตัวซอล สายเปล่าสาย3

ตัวอย่าง

 เมื่อคล่องแล้วลอง ไล่สลับสุงตํ่า

ตัวอย่าง

 

 

  อย่าลืมนิ้วมื่อขวา ให้สลับ i,m,i,mตลอดนะครับ  

บทแรกของการอ่านโน้ตจะยังไม่ให้อ่านโน้ต แค่วอร์มนิ้วกันก่อน จะเริ่มอ่านในบทต่อไปครับ

 

Thailand Guitar social network

 

บทต่อไป>

edit @ 28 Aug 2013 12:33:00 by Taum

edit @ 28 Aug 2013 12:34:07 by Taum

1

edit @ 22 Aug 2014 23:11:44 by Taum